Acerca de
สำนวน สุภาษิต คำพังเพย ไทย
สุภาษิต หมายถึง คำพูดที่พูดออกมา ไม่ว่าจะเป็นทำนอง สำนวนโวหาร ที่มีความหมายที่ดี ส่วนใหญ่คนไทยเราจะหยิบยกคำสุภาษิตมาเป็นตัวอย่างในการอบรมสั่งสอนลูกหลาน หรือบางครั้งใช้แสดงเปรียบเทียบประกอบการสนทนา สุภาษิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้
1. คำสุภาษิตประเภทที่พูด อ่านหรือเข้าใจเนื้อความได้ทันที โดยไม่ต้องแปลความหมาย
2. คำสุภาษิตประเภทที่พูด อ่านหรือฟังแล้วต้องนึกตรึกตรอง ตีความหมายเสียก่อนจึงจะทราบ
ความหมายของสำนวน
สำนวน หมายถึง โวหาร ทำนองพูด ถ้อยคำที่เรียบเรียง เป็นลักษณะความหมายเชิงอุปมาเปรียบเทียบ ไม่แปลความหมายตามตัวอักษร จึงฟังแล้วมักจะไม่ได้ความหมายของตัวมันเอง ต้องนำไปประกอบกับเรื่อง หรือเหตุการณ์จึงจะได้ความหมายเป็นคติเตือนใจ เช่นเดียวกับคำที่เป็นสุภาษิต
ความหมายของคำพังเพย
คำพังเพย หมายถึง ถ้อยคำที่เรียบเรียงขึ้นมาเป็นความหมายกลาง ๆ คือ ไม่เน้นการสั่งสอน แต่ก็แฝงคติเตือนใจหรือ ข้อคิดสะกิดใจให้นำไปปฏิบัติได้ และ เนื้อหาของใจความนั้นก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความดี หรือ ความจริงแท้แน่นอน เพื่อให้ตีความเข้ากับเรื่อง มีความหมายลึกซึ้งกว่าสำนวน มีลักษณะติชมหรือแสดงความเห็นในตัว แต่ยังไม่ได้วางหลักความจริงอันเที่ยงแท้ และยังไม่เป็นคำสอน เช่น กระต่ายตื่นตูม ทำนาบนหลังคน ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น เสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย น้ำถึงไหนปลาถึงนั้น เป็นต้น
ยกตัวอย่าง
ขวานผ่าซาก : การพูดตรงมากจนเกินไป โดยไม่ดูกาลเทศะ ไม่ได้คิดว่าจะสร้างความพอใจให้แก่ผู้อื่นหรือไม่
ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด : มีความรู้มาก แต่รู้เพียงทฤษฎี ไม่สามารถนำมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตัวเองได้
กระต่ายตื่นตูม : อาการตื่นตกใจแบบด่วนสรุปง่ายๆ โดยยังไม่คิดไตร่ตรองถึงเหตุผลให้ถี่ถ้วนเสียก่อน
ลิงหลอกเจ้า : ทำตัวเรียบร้อยเฉพาะเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่ แต่พอลับหลังก็ทำตัวอีกแบบ
ม้าดีดกะโหลก : กิริยาที่กระโดดโลดเต้น วางตัวไม่สุภาพเรียบร้อย
มือไม่พายเอาเท้าราน้ำ : ไม่ช่วยคนอื่นทำงานแล้ว ยังจะขัดขวางการทำงานอีก
ไก่งามเพราะขนคนงามเพราะแต่ง : คนจะดูดีได้นั้น จะต้องรู้จักแต่งหน้าแต่งตัวให้สวยงาม
กินบนเรือน ขี้รดบนหลังคา : คนเนรคุณ ไม่รู้จักบุญคุณของผู้มีพระคุณ มักทำให้เจ้าของบ้านเดือดร้อน
เข็นครกขึ้นภูเขา : การทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลำบากแสนเข็ญ กว่าจะสำเร็จถึงเป้าหมาย

